Contact UsWorldwideEnglish
Homeเอ็มเอสดี ประเทศไทยสำนักงานใหญ่เอ็มเอสดีงานวิจัยและพัฒนา
 

รางวัล MSDYoung Allergist and Immunologist Investigator Awards

MSD Young Allergist and Immunologist Investigator Awards เกิดจากการร่วมมือของสมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืด และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทย และบริษัทเอ็มเอสดี (ประเทศไทย) จำกัด จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการค้นคว้าวิจัยทางการแพทย์ในประเทศไทย และเพื่อเฟ้นหานักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยดีเด่นในด้านนวัตกรรมและแนวทางการรักษาแนวใหม่สำหรับโรคภูมิแพ้และวิทยาภูมิคุ้มกัน ซึ่งนับเป็นการประกวดผลงานวิชาการด้านโรคภูมิแพ้และวิทยาภูมิคุ้มกันครั้งแรกในประเทศไทย โดยผลงานของผู้ชนะจะนำไปต่อยอดการวิจัยทางการแพทย์ในประเทศ และส่งเข้าประกวดผลงานวิชาการทางการแพทย์ด้านโรคภูมิแพ้และวิทยาภูมิคุ้มกันระดับนานาชาติต่อไป

ผลงานวิจัยของผู้ชนะทั้ง 2 สาขา

สาขาภูมิแพ้ – การรักษาภูมิแพ้อย่างรุนแรงโดยใช้วิธีการพ่น

ภูมิแพ้ที่ร้ายแรงเรียกว่า อะนาไฟแล็กสิส (ANAPHYLAXIS) เป็นปฏิกิริยาภูมิแพ้เฉียบพลันซึ่งเกิดขึ้นภายในเวลา 15-30 นาทีหลังจากได้รับสารก่อภูมิแพ้ เช่น อาหาร ยา ผึ้ง ต่อ แตน และมีผลกระทบทั่วทั้งร่างกาย  อาการที่พบประกอบด้วยอาการทางผิวหนัง ซึ่งพบได้มากที่สุดประมาณกว่าร้อยละ 90 ได้แก่ เป็นผื่นแดง คันตามตัว เป็นลมพิษ และอาการอื่นๆ ได้แก่ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก คลื่นไส้ อาเจียน หัวใจเต้นเร็ว ปวดศีรษะ ความดันโลหิตลดต่ำ เวียนศีรษะ จนกระทั่งเป็นลมหมดสติ และช็อกได้ ซึ่งต้องให้การบำบัดอย่างเร่งด่วน เนื่องจากความล่าช้าในการวินิจฉัยและรักษาอาจเป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ ดังนั้นหากผู้ป่วยมีปฏิกิริยาภูมิแพ้เฉียบพลัน ควรแนะนำให้พกหลอดยาฉีด เพราะการตัดสินใจฉีดยานี้เข้ากล้ามเนื้อต้นขาอย่างรวดเร็วอาจจะช่วยชีวิตไว้ได้ในกรณีที่ผู้ป่วยสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ที่ทำให้เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงมาก่อนนี้ได้

ทั้งนี้วีธีการฉีดยา อาจเป็นวิธีที่ค่อนข้างยากลำบากในการรักษาเมื่อเวลามีอาการภูมิแพ้เฉียบพลัน ฉะนั้นผลงานวิจัยชิ้นนี้จึงมุ่งศึกษาหาวิธีการรักษาแนวใหม่โดยการนำยาแบบฉีดมาประยุกต์ใช้เป็นวิธีพ่น ซึ่งจะสะดวกสำหรับผู้ป่วย อีกทั้งอาจเอื้อประโยชน์ให้การรักษามีความรวดเร็ว และสามารถช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยได้ทันท่วงทีมากยิ่งขึ้น

สาขาวิทยาภูมิคุ้มกัน – กลไกของต้นไพล - สมุนไพรไทยในการรักษาโรคหืด

ปัจจุบันแม้จะยังไม่มียาที่ใช้รักษาให้โรคนี้หายขาดได้ แต่ก็มียาที่มีประสิทธิภาพสูง ใช้ควบคุมอาการ ลดความรุนแรงและป้องกันได้ โดยยาที่ใช้ในการรักษาโรคภูมิแพ้นี้มีทั้งแบบยาพ่นชนิดสเตียรอยด์ที่มีการใช้มานาน หรือทางเลือกใหม่ที่เป็นยารับประทานและยาทาที่ไม่มีสเตียรอยด์ 

รากของต้นไพลนั้นถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมในยารักษาโรคหืดในยาไทยแผนโบราณ อย่างไรก็ตาม มีคนเพียงส่วนน้อยที่เน้นความสำคัญของกลไกและสารสำคัญในการออกฤทธิ์ของไพรนั้น โดยผู้ป่วยโรคหืดมักมีสารโปรตีนมิวซิน (mucin) หลั่งออกมาเพิ่มขึ้น  ดังนั้นหากยับยั้งการผลิตสารมิวซินในร่างกายได้ ก็จะสามารถลดอาการกำเรบของโรคหืดได้เช่นกัน ซึ่งการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลไกของสารประกอบไพรที่ช่วยยับยั้งการหลั่งสารมิวซิน รวมถึงการศึกษาการทำงานของโปรตีนในกระบวนการนำส่งสัญญาณภายในเซลล์ (signal transduction pathway) อีกด้วย

สถานการณ์โรคภูมิแพ้ และหอบหืดในปัจจุบัน

ปัจจุบันคนไทยป่วยเป็นโรคภูมิแพ้กันมากขึ้น โดยผู้ที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ มักจะป่วยเป็นโรคอื่นที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันร่วมด้วย เช่น หอบหืด สำหรับผู้ป่วยโรคหอบหืดนั้น ส่วนใหญ่ประมณร้อยละ 60-80 มีโรคภูมิแพ้แฝงอยู่ ขณะเดียวกันผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ก็จะมีโอกาสเป็นโรคหอบหืดได้มากกว่าคนปกติถึงสามเท่า สำหรับในประเทศไทยจากสถิติล่าสุดปี 2551 พบว่ามีผู้ป่วยโรคโพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพ้มากถึงร้อยละ 40 และโรคหืดมีถึงร้อยละ 10 -15 ของประชากรไทยทั้งหมด กล่าวคือมีคนไทยเป็นโรคหืดเกือบล้านคน ขณะที่ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกล่าสุดมีผู้ป่วยโรคหืดทั่วโลกประมาณ 300 ล้านคน ปัจจุบันพบว่ามีอัตราการเพิ่มสูงขึ้นของโรคกลุ่มนี้อย่างมาก เนื่องจากสภาวะแวดล้อมในปัจจุบันซึ่งมีมลพิษในอากาศมากขึ้น

โรคภูมิแพ้บางชนิด เช่น โรคหอบหืด โรคแพ้อาหาร โรคภูมิแพ้ชนิดรุนแรง (anaphylaxis)  สามารถทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ โรคแพ้อากาศและโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยังมีผลกระทบต่อตัวผู้ป่วยโดยตรง คือ ต้องขาดงาน หรือขาดเรียน  รวมทั้งส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอีกด้วย โดยนับเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญอย่างมาก

สาเหตุของโรค

  • พันธุกรรม – พันธุกรรมเป็นปัจจัยสำคัญในการก่อให้เกิดโรคนี้ ในครอบครัวที่มีบิดามารดาเป็นโรคหอบหืดทั้งคู่ ลูกจะมีโอกาสเป็นโรคหอบหืดได้ประมาณร้อยละ 50 และถ้าบิดาหรือมารดาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นโรคหอบหืดแล้ว ลูกจะมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้ร้อยละ 25
  • สารก่อภูมิแพ้ – สารแพ้ตัวสำคัญที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ ได้แก่ สารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่น (ร้อยละ 70-80)  แมลงสาบ (ร้อยละ 40)  หญ้า (ร้อยละ 10-20)  แมวและสุนัข อาหารต่างๆ รวมถึงแมลง ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีอัตราเพิ่มสูงขึ้นมาก
  • สิ่งแวดล้อม – ปัจจุบันเราเชื่อว่าผู้ที่มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจะมีโอกาสเป็นโรคสูงขึ้น (Hygiene Hypothesis) ตามไปด้วย นอกจากนั้น ยังเชื่อว่าการติดเชื้อทางระบบหายใจในช่วงอายุน้อยๆ นั้นอาจมีการป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้ในอนาคตได้

อาการของโรค

ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้จะมีอาการเป็นๆ หายๆ อย่างเรื้อรัง ส่งผลให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมา เช่น ไซนัสอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ คันหู หูอื้อ ปวดศีรษะ สูญเสียการรับกลิ่นซึ่งอาจทำให้เด็กไม่เจริญเติบโต นอกจากนี้ยังเกิดปัญหาในการนอนหลับเพราะไอเรื้อรังตอนกลางคืนและนอนกรน ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน และลดความสามารถของสมองในการเรียนรู้ของเด็กอีกด้วย สำหรับผู้ป่วยโรคหืด ซึ่งเป็นโรคที่มีอาการอักเสบเรื้อรังในหลอดลมทางเดินหายใจ มักมีอาการหอบเหนื่อยเป็นๆ หายๆเรื้อรัง โดยทั้งโรคภูมิแพ้ และโรคหืดนั้น ส่วนใหญ่เป็นโรคเรื้อรัง ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ที่ทำได้คือควบคุมอาการของโรคไว้

วิธีการหลีกเลี่ยงและลดปัจจัยเสี่ยง

  • หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ เช่น การซักเครื่องนอนด้วยน้ำร้อนและคลุมที่นอน เพื่อขจัดและป้องกันไรฝุ่น การขจัดแมลงสาบในบ้าน ไม่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงมีขนไว้ในบ้าน
  • หลีกเลี่ยงอาหาร ยา แมลงที่ตนเองแพ้
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งสามารถช่วยลดความรุนแรงของโรค หรือทำให้หายขาดได้ในบางราย เพราะจะช่วยฝึกให้การหายใจมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ควรเลือกประเภทของการออกกำลังกายให้เหมาะสม เช่น ในสภาวะอากาศร้อนไม่ควรเล่นกีฬาที่ต้องออกแรงมากอย่างต่อเนื่อง เช่น เทนนิส หรือฟุตบอล เพราะอาจทำให้อาการหืดกำเริบได้ โดยผู้ป่วยอาจเกิดอาการคอแห้ง ไอ แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงวี้ดๆ เพราะเกิดจากความร้อนที่เพิ่มขึ้นในระบบหายใจ และเสียน้ำจากเยื่อบุหลอดลมทำให้หลอดลมแห้ง ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการเกร็งและหดตัวของหลอดลม และควรพยายามหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในขณะที่มีอากาศเย็นและแห้ง หรือมีมลพิษในอากาศมาก เพราะจะกระตุ้นให้หลอดลมเกร็งหดตัวได้ง่ายขึ้น ทำให้เกิดอาการหืดกำเริบได้

สื่อมวลชนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:

มัณฑนา แซ่เล้า  
บริษัท เอ็มเอสดี (ประเทศไทย) จำกัด     
โทร. : (02) 255 5090 ต่อ 845  
อีเมล: mantana_saelau@merck.com

ชุติมา บวรรัตนโชติ
ฮิลล์ แอนด์ นอลตัน (ประเทศไทย)
โทรศัพท์: 0-2627-3501 ต่อ 211
อีเมล: cbovonratanachote@th.hillandknowlton.com

 


Print version Email a friend

   

This site is intended for residents of Thailand

Site Map Privacy Policy Terms of Use Copyright © 2004 MSD Thailand Merck & CO., (USA)