Contact UsWorldwideEnglish
Homeเอ็มเอสดี ประเทศไทยสำนักงานใหญ่เอ็มเอสดีงานวิจัยและพัฒนา
 

ผลสำรวจล่าสุด  เผยจราจรไทยเข้าใจผิดว่าการสวมหมวกกันน็อก
เป็นสาเหตุของผมร่วงศีรษะล้าน

ขณะที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าสาเหตุของผมร่วงในผู้ชายส่วนใหญ่เกิดจากกรรมพันธุ์กว่าร้อยละ 95 และขอให้ตำรวจจราจรอย่ากังวลกับผลกระทบระยะยาวจากการสวมหมวกกันน็อกปฏิบัติหน้าที่

กรุงเทพฯ, 21 ตุลาคม 2551 ผลการสำรวจความคิดเห็นล่าสุดโดย PROHAIR Call Center ศูนย์ให้คำปรึกษาปัญหาผมร่วง ผมบาง พบว่ายังมีความเชื่อผิดๆ ในกลุ่มตำรวจจราจรในเรื่องปัญหาผมร่วง ศีรษะล้าน โดยพบว่าจราจรไทยเชื่อว่าการสวมใส่หมวกกันน็อกเป็นสาเหตุหลักของอาการผมร่วงสูงถึงร้อยละ 66 ขณะที่ร้อยละ 69 มีกังวลกับอาการผมร่วงนี้ซึ่งแสดงถึงผลกระทบด้านจิตวิทยาที่เกิดขึ้นในหมู่จราจรไทยเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามความกังวลใจเกี่ยวกับปัญหาผมร่วงของจราจรไทยนั้นก็เหมือนกับความกังวลที่เกิดขึ้นกับชายไทยในกลุ่มอาชีพอื่นๆ เช่นกัน

การสำรวจครั้งนี้ดำเนินการโดยสวนดุสิตโพล เพื่อสำรวจทัศนคติและความกังวลใจเกี่ยวกับปัญหาผมร่วง ศีรษะล้านของตำรวจจราจรไทยเป็นหลัก โดยใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นจราจรไทยอายุระหว่าง 25-40 ปี จำนวน 262 คน นอกจากนี้ยังทำการสำรวจความคิดเห็นชายไทยในกลุ่มที่ต้องทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน เช่น นักกอล์ฟ วิศวกร รวมถึงคู่รักของกลุ่มชายไทยเหล่านี้ด้วย

เมื่อถามถึงระดับปัญหาศีรษะล้าน ผลการสำรวจพบว่าจราจรร้อยละ 15 คิดว่าปัญหาศีรษะล้านของตนเองอยู่ในขั้นวิกฤติ ซึ่งผลออกมาใกล้เคียงกับการสำรวจในปี 2549 ซึ่งครั้งนั้นสำรวจในกลุ่มชายไทยอายุ 25 ถึง 45 ปี พบว่าร้อยละ 17 คิดว่าปัญหาศีรษะล้านของตนเองอยู่ในขั้นวิกฤติ ฉะนั้นอาจสรุปได้ว่าระดับปัญหาศีรษะล้านของจราจรใกล้เคียงกับผู้ชายไทยทั่วไป และเมื่อถามถึงความกลัวมากที่สุดเกี่ยวกับผมร่วง คำตอบที่ได้ในปี 2551 นี้ก็คือความอายและสูญเสียความมั่นใจ (ร้อยละ 31) ซึ่งก็สอดคล้องกับการสำรวจในปี 2550 ซึ่งครั้งนั้นสำรวจในกลุ่มชายไทยอายุ 25 ถึง 40 ปี พบว่าร้อยละ 41 มีความกังวลว่าปัญหาผมร่วงผมบางจะทำให้เป็นตัวตลกในสายตาคนอื่น  

 ผลการสำรวจครั้งนี้แสดงให้เห็นว่ายังมีความเข้าใจผิดอีกมากเกี่ยวกับสาเหตุที่แท้จริงของอาการผมร่วง จราจรหลายท่านยังคงเชื่อว่าการสวมหมวก หรือหมวกกันน็อกนั้นเป็นสาเหตุของอาการผมร่วง ซึ่งความเป็นจริงแล้ว ผลการศึกษาทางการแพทย์ทั่วโลกนั้นยืนยันว่าอาการผมร่วงในผู้ชายนั้นมีสาเหตุจากกรรมพันธุ์ถึงร้อยละ 95 ซึ่งนับว่าเป็นข่าวดีสำหรับจราจรไทยว่าไม่ต้องกังวลว่าการใส่หมวกกันน็อกปฏิบัติหน้าที่นั้นจะทำให้ผมร่วง และก็สระผมตามปกติได้ เพราะจราจรก็มีโอกาสในการดูแลรักษาเส้นผมและหนังศีรษะเท่ากับผู้ชายคนอื่นทั่วไปนพ. อุดมศักดิ์ หุ่นวิจิตร แพทย์ประจำโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าว

กองบังคับการตำรวจจราจรให้ความสำคัญกับสุขภาพ และคุณภาพชีวิตของบุคลากรเป็นอย่างยิ่ง และการให้ความร่วมมือในการสำรวจความคิดเห็นครั้งนี้ทำให้ทราบว่าจราจรไทยนั้นมีความกังวลว่าความร้อนและการอับชื้นจากการสวมหมวกกันน็อกนั้น เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อเส้นผมบนศีรษะ ซึ่งผลการสำรวจนี้จะเป็นประโยชน์ต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาหรือให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่จราจรในองค์กรของเราต่อไป ตลอดจนช่วยลดความกลัวของตำรวจจราจรลงได้ นอกจากนี้กองบังคับการฯ ยังได้จัดอบรมให้ความรู้ด้านต่างๆ แก่จราจรอยู่เป็นประจำ เพราะเราเชื่อในคุณค่าของบุคลากรของเรา โดยแผนการต่อเนื่องจากการสำรวจครั้งนี้คือ การนำแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้เกี่ยวกับโรคผมร่วง ศีรษะล้าน เพราะเป็นกิจกรรมอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้บุคลากรมีโอกาสรับรู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงเกี่ยวกับโรค และให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพตัวเองมากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อสามารถปฏิบัติหน้าที่บนท้องถนนเพื่อประชาชนได้อย่างไร้กังวลพ.ต.อ.อภิสิทธิ์ เมืองเกษม ผู้บังคับการ 5 กองบังคับการตำรวจจราจร กล่าว

นายคมสัน เทพกิจอารีกุล ผู้จัดการหน่วยธุรกิจ บริษัท เอ็มเอสดี (ประเทศไทย) บริษัทผู้ก่อตั้งศูนย์ PROHAIR Call Center ซึ่งเปิดให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาผมร่วงผมบางโดยเฉพาะ กล่าวว่าบริษัทฯ มีความตั้งใจที่ต้องการช่วยเหลือผู้ชายที่ประสบปัญหาผมร่วง ผมบาง ให้กลับมามีความมั่นใจและมีบุคลิกดีมากที่สุด เราจึงหวังว่าผลการสำรวจความคิดเห็นครั้งนี้จะช่วยทำให้เราทราบถึงปัญหาและความกังวลใจเกี่ยวกับปัญหาผมร่วงในกลุ่มชายไทย เราอยากแนะนำผู้ที่ประสบปัญหาผมร่วงให้เปิดใจถึงปัญหาและความกังวลที่เกิดขึ้น ตลอดจนเรียนรู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงโดยการไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือหาข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.askprohair.com

ทั้งนี้ คู่รักของตำรวจ นักกอล์ฟ และวิศวกรร้อยละ 72 เต็มใจที่จะช่วยหาข้อมูลในการรักษาอาการผมร่วง ผมบาง ตลอดจนเป็นกำลังใจให้คนรักของพวกเขา อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงร้อยละ 3 กล่าวว่า หากคนรักของพวกเขากลายเป็นคนศีรษะล้าน นี่อาจเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่คิดเลิกรา ขณะที่ผู้หญิงอีกร้อยละ 2 อาจพิจารณาหาแฟนใหม่

นอกจากนี้ เมื่อถามกลุ่มตัวอย่างชายไทยว่าคนดังชาวไทยท่านใดที่มีศีรษะล้านโดนใจมากที่สุด คำตอบที่มาเป็นอันดับหนึ่งคิดเป็นร้อยละ 31 คือ คุณสุทธิชัย หยุ่น ขณะที่คนดังชาวต่างชาติคือ บรูซ วิลลิส (ร้อยละ 22) รองลงมาคือ คุณแอนดรู บิ๊กส์ (ร้อยละ 16)

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสำรวจความคิดเห็น

ข้อมูลเกี่ยวกับการสำรวจ
  • กลุ่มตัวอย่างชายไทยอายุระหว่าง 25 ถึง 40 ปี จำนวน 469 คนตำรวจจราจร 262 คน นักกอล์ฟ 105 คน วิศวกร 102 คน
  • ผู้หญิงซึ่งเป็นคู่รักของกลุ่มตัวอย่างจำนวน 108 คน
  • ดำเนินการสำรวจโดยสวนดุสิตโพลในเดือนสิงหาคม 2551

ประเด็นน่าสนใจอื่นๆ เกี่ยวกับผลการสำรวจความคิดเห็นในกลุ่มผู้ชาย

  • เมื่อถามถึงกีฬาหรือกิจกรรมที่เป็นอุปสรรคในการเล่นสำหรับคนศีรษะล้าน กลุ่มตัวอย่างตอบว่า ตะกร้อถึงร้อยละ 55
  • ผู้ชายที่ผมร่วงระดับปานกลางร้อยละ 47 ต้องการไว้ผมสั้น ขณะที่ร้อยละ 4 อยากไว้ผมสไตล์วัยรุ่นเกาหลี
  • ผู้ชายร้อยละ 36 มีวิธีเรียกความมั่นใจกลับคืนมาด้วยการตัดผมทรง Skinhead ขณะที่ร้อยละ 4 คิดหาวิกผมมาใส่ มีเพียงร้อยละ 1 ที่ต้องการการสักลายเท่บนศีรษะเพื่อปกปิด
  • ผู้ชายร้อยละ 35 เห็นว่าประโยชน์ของศีรษะล้าน คือการทำความสะอาดง่าย และร้อยละ 20 บอกว่าไม่ต้องเสียเวลาในการหวีผม หรือจัดทรง

ประเด็นน่าสนใจอื่นๆ เกี่ยวกับผลการสำรวจความคิดเห็นในกลุ่มผู้หญิงที่เป็นคู่รัก

  • เมื่อถามผู้หญิงถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับศีรษะล้าน ขุนช้างนำมาเป็นอันดับหนึ่งโดยคิดเป็นร้อยละ 28 รองลงมานึกถึงพระอาทิตย์ คิดเป็นร้อยละ 25 และอันดับสามคิดถึงคนขี้ใจน้อย คิดเป็นร้อยละ 18
  • อาชีพที่เห็นว่าเหมาะสมกับคนศีรษะล้านคือ เศรษฐี (ร้อยละ 22) และนักวิทยาศาสตร์ (ร้อยละ 20)

______________________


สื่อมวลชนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:

คุณกุลเสฏฐ์ หอวงศ์รัตนะ  
บริษัท เอ็มเอสดี (ประเทศไทย) จำกัดโทรศัพท์: 0-2255 5090 ต่อ 705
e-Mail: kulaseth_hovongratana@merck.com 

คุณชุติมา บวรรัตนโชติ
ฮิลล์ แอนด์ นอลตัน (ประเทศไทย)
โทรศัพท์: 0-2627-3501 ต่อ 211
e-Mail: cbovonratanachote@th.hillandknowlton.com


Print version Email a friend

   

This site is intended for residents of Thailand

Site Map Privacy Policy Terms of Use Copyright © 2004 MSD Thailand Merck & CO., (USA)